มาตรา ๕ ให้มีการจัดประเภทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับศักยภาพและลักษณะของกิจการ โดยแบ่งออกเป็นประเภทดังต่อไปนี้
(๑) วิสาหกิจรายย่อย
(๒) วิสาหกิจขนาดย่อม
(๓) วิสาหกิจขนาดกลาง
Section reader · กลุ่ม 02 จาก 9
SME BILL · RECORD 58อ่านตัวบทในกลุ่ม มาตรา 5–9 จากร่างฉบับเดียวกับหน้าตัวบทเต็ม พร้อมไปกลุ่มก่อนหน้าหรือถัดไปได้ต่อเนื่อง
ฉบับที่ใช้อ่าน
ฉบับเตรียมรับฟังความคิดเห็น — 58 มาตรา
มาตรา 5–9
แบ่งรายย่อย ย่อม และกลาง โดยใช้เกณฑ์การจ้างงาน รายได้ สินทรัพย์ หรือทุน พร้อมเกณฑ์ความเป็นอิสระ
(๑) วิสาหกิจรายย่อย
(๒) วิสาหกิจขนาดย่อม
(๓) วิสาหกิจขนาดกลาง
(๑) จำนวนการจ้างงานสูงสุด
(๒) รายได้สูงสุดต่อปี
(๓) มูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน หรือทุนจดทะเบียน
การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ให้แบ่งตามภาคธุรกิจอย่างน้อย ๔ ภาค ได้แก่ ภาคการผลิต ภาคการบริการ ภาคการค้าส่ง และภาคการค้าปลีก
วิสาหกิจที่จะได้รับการจัดประเภทตามมาตรา ๕ ต้องผ่านเกณฑ์ความเป็นอิสระ โดยต้องไม่เป็นบริษัทในเครือ บริษัทย่อย หรือถูกควบคุมโดยผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่
ในกรณีที่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีการเติบโตจนมีขนาดเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ให้วิสาหกิจนั้นยังคงสถานะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อไปได้อีกเป็นระยะเวลาสามปี (ระยะเวลาผ่อนผัน) นับแต่วันที่เกินเกณฑ์
ให้คณะกรรมการโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอำนาจปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามมาตรานี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ทำเป็นประกาศของสภาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๑) วิสาหกิจดิจิทัล (Digital SMEs) หมายถึง วิสาหกิจที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเป็นหัวใจในการประกอบธุรกิจ
(๒) วิสาหกิจสีเขียว (Green SMEs) หมายถึง วิสาหกิจที่ประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน
(๓) วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) หมายถึง วิสาหกิจที่มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมหรือสิ่งแวดล้อม โดยใช้กลไกทางธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
(๔) วิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) หมายถึง วิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่