ความจำเป็นและทางเลือกเชิงนโยบาย
พิจารณาว่าปัญหาการเป็นตัวแทนควรแก้ด้วยการจัดตั้งสภาตามกฎหมายหรือวิธีอื่น
Independent public hearing
พื้นที่นี้ใช้ข้อมูลจากรอบรับฟังความคิดเห็นเดียวกันตลอดทั้งเว็บไซต์ ไม่มีการสร้างฐานคำตอบซ้ำ และไม่มีการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบอื่นโดยอัตโนมัติ
เปิดรับความคิดเห็น
เปิดรับถึง
15 ตุลาคม 2569 เวลา 23:59
พื้นที่นี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นอิสระ ไม่ใช่การเข้าชื่อเสนอกฎหมายหรือระบบรับฟังความคิดเห็นของรัฐสภา คำตอบจะอยู่ภายใต้ Consent Notice และมาตรการคุ้มครองของเว็บไซต์นี้
ประเด็นที่เปิดรับความคิดเห็น
แสดงข้อมูลจากประเด็นที่เปิดใช้งานในรอบรับฟังความคิดเห็นปัจจุบัน
พิจารณาว่าปัญหาการเป็นตัวแทนควรแก้ด้วยการจัดตั้งสภาตามกฎหมายหรือวิธีอื่น
เกณฑ์รายได้ การจ้างงาน สินทรัพย์ ความเป็นอิสระ และระยะผ่อนผัน
ตัวบทด้านล่างคัดจากร่างฉบับที่ใช้รับฟังความคิดเห็นโดยไม่แก้ถ้อยคำ
(๑) วิสาหกิจรายย่อย
(๒) วิสาหกิจขนาดย่อม
(๓) วิสาหกิจขนาดกลาง
(๑) จำนวนการจ้างงานสูงสุด
(๒) รายได้สูงสุดต่อปี
(๓) มูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน หรือทุนจดทะเบียน
การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ให้แบ่งตามภาคธุรกิจอย่างน้อย ๔ ภาค ได้แก่ ภาคการผลิต ภาคการบริการ ภาคการค้าส่ง และภาคการค้าปลีก
วิสาหกิจที่จะได้รับการจัดประเภทตามมาตรา ๕ ต้องผ่านเกณฑ์ความเป็นอิสระ โดยต้องไม่เป็นบริษัทในเครือ บริษัทย่อย หรือถูกควบคุมโดยผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่
ในกรณีที่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีการเติบโตจนมีขนาดเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ให้วิสาหกิจนั้นยังคงสถานะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อไปได้อีกเป็นระยะเวลาสามปี (ระยะเวลาผ่อนผัน) นับแต่วันที่เกินเกณฑ์
ให้คณะกรรมการโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอำนาจปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามมาตรานี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ทำเป็นประกาศของสภาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๑) วิสาหกิจดิจิทัล (Digital SMEs) หมายถึง วิสาหกิจที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเป็นหัวใจในการประกอบธุรกิจ
(๒) วิสาหกิจสีเขียว (Green SMEs) หมายถึง วิสาหกิจที่ประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน
(๓) วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) หมายถึง วิสาหกิจที่มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมหรือสิ่งแวดล้อม โดยใช้กลไกทางธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
(๔) วิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) หมายถึง วิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่
พิจารณาฐานะตามกฎหมาย ที่มาของกรรมการ สิทธิสมาชิก และการตรวจสอบ
ตัวบทด้านล่างคัดจากร่างฉบับที่ใช้รับฟังความคิดเห็นโดยไม่แก้ถ้อยคำ
สภาเอสเอ็มอีมีฐานะเป็นองค์กรตัวแทนของผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วประเทศ ดำเนินงานโดยอิสระจากการกำกับของรัฐ ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด
(๑) เป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการเสนอแนะนโยบายต่อรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ
(๒) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
(๓) ปกป้องและคุ้มครองผลประโยชน์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
(๔) ส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(๕) ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม และตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(๖) ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และผู้ประกอบการรุ่นใหม่
(๗) ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจ
(๘) ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐในการจัดทำการประเมินผลกระทบต่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(๙) ประสานความร่วมมือกับองค์กรเอสเอ็มอีในต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ
(๑๐) ดำเนินกิจการอื่นใดที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น
(๑) ประธานสภา ซึ่งเลือกตั้งจากสมาชิก จำนวน ๑ คน
(๒) รองประธานสภา ซึ่งเลือกตั้งจากสมาชิก จำนวน ๓ คน
(๓) กรรมการผู้แทนสภาวิสาหกิจจังหวัด ซึ่งเลือกตั้งจากประธานสภาวิสาหกิจจังหวัดด้วยกันเอง จำนวน ๕ คน
(๔) กรรมการผู้แทนสาขาอุตสาหกรรม ซึ่งเลือกตั้งจากประธานสภาวิสาหกิจรายสาขาอุตสาหกรรมด้วยกันเอง จำนวน ๕ คน
(๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการตาม (๑) ถึง (๔) เลือกจากบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจ การเงิน กฎหมาย เทคโนโลยี หรือการบริหารจัดการ จำนวนไม่เกิน ๕ คน
ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ
กรรมการตาม (๑) ถึง (๕) ต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานของสภา
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของสภา
(๔) คณะกรรมการมีมติให้ออก ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
(๕) ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออก
(๑) กำหนดนโยบายและบริหารกิจการของสภาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
(๒) ออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
(๓) อนุมัติแผนงานประจำปีและงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสภา
(๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการตามที่มอบหมาย
(๕) จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
(๖) เป็นตัวแทนในการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกโดยรวมจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในหมวด ๔
(๗) กำกับดูแลการบริหารจัดการกองทุนตามหมวด ๓
(๘) จัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อรัฐมนตรีและเปิดเผยต่อสาธารณชน
(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
(๑) เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปีและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
(๒) เสนอชื่อและรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
(๓) ร้องเรียนต่อสภาเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีที่ได้รับความเสียหายจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
(๔) ขอรับบริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจ
(๕) ขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมาย
(๖) เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาที่สภาจัดขึ้น
(๗) ใช้ประโยชน์จากกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
(๑) บริหารกิจการของสำนักงานให้เป็นไปตามนโยบายและมติของคณะกรรมการ
(๒) บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน
(๓) จัดทำแผนงานและงบประมาณประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการ
(๔) เป็นผู้แทนของสภาในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก
(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
แหล่งเงิน การใช้เงิน การรับบริจาค การตรวจสอบ และการเปิดเผย
ตัวบทด้านล่างคัดจากร่างฉบับที่ใช้รับฟังความคิดเห็นโดยไม่แก้ถ้อยคำ
(๑) เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี
(๒) เงินอุดหนุนจาก สสว.
(๓) ค่าบำรุงสมาชิก
(๔) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรืออุทิศให้
(๕) รายได้จากการดำเนินกิจการของสภา
(๖) ดอกผลหรือรายได้จากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
(๗) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุนตามกฎหมาย
(๑) ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสำนักงานสภาและสภาวิสาหกิจจังหวัด
(๒) ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(๓) ค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
(๔) ค่าใช้จ่ายในการจัดทำการศึกษาวิจัยและฐานข้อมูลเกี่ยวกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(๕) ค่าใช้จ่ายในการประสานความร่วมมือกับองค์กรในต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ
(๖) ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสภา
(๑) กรรมการที่คณะกรรมการมอบหมาย เป็นประธานอนุกรรมการ
(๒) ผู้แทนกรมบัญชีกลาง จำนวน ๑ คน
(๓) ผู้แทน สสว. จำนวน ๑ คน
(๔) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินและการบัญชี จำนวน ๒ คน
(๕) เลขาธิการ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการ และให้คณะกรรมการเสนอรายงานดังกล่าวต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
(๑) สั่งให้สภาชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น หรือทำรายงานเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสภา
(๒) สั่งให้สภาระงับหรือแก้ไขการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของสภา
(๓) เข้าตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์ หรือหนี้สินของสภาได้ตามความจำเป็น
ทั้งนี้ การกำกับดูแลตามวรรคหนึ่งต้องไม่กระทบต่อความเป็นอิสระในการดำเนินงานของสภาตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้
ให้ผู้ตรวจสอบภายในรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการโดยตรง
ในกรณีที่คณะกรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราวเพื่อดำเนินกิจการของสภาไปพลางก่อน และจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
(๑) รายงานผลการดำเนินงานประจำปี
(๒) งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
(๓) รายงานผลการบริหารจัดการกองทุน
(๔) ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของสภา
(๕) รายงานการประชุมคณะกรรมการ (ฉบับย่อ)
(๖) ผลการประเมินการดำเนินงานตามมาตรา ๔๔
Think Small First การชำระเงินล่าช้า การไกล่เกลี่ย และการส่งต่อ กขค.
ตัวบทด้านล่างคัดจากร่างฉบับที่ใช้รับฟังความคิดเห็นโดยไม่แก้ถ้อยคำ
ให้สภามีหน้าที่ให้คำปรึกษาและร่วมประเมินผลกระทบตามวรรคหนึ่ง
(๑) การกำหนดราคาซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการอย่างไม่เป็นธรรม
(๒) การบังคับให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งเป็นคู่ค้าของตนต้องยอมรับเงื่อนไขทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
(๓) การใช้ข้อมูลทางการค้าของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ตนล่วงรู้มาจากการเป็นคู่ค้าเพื่อนำไปใช้ในการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม
(๔) การปฏิเสธที่จะทำธุรกรรมทางการค้ากับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพื่อกีดกันมิให้สามารถประกอบธุรกิจได้
ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้มีอำนาจเหนือตลาดมีพฤติการณ์กำหนดระยะเวลาการชำระเงินที่ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า ให้สภาจัดทำรายงานและส่งเรื่องให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเร็ว
ในกรณีที่การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า ให้สภามีหน้าที่ส่งต่อเรื่องร้องเรียนพร้อมพยานหลักฐานเบื้องต้นให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ในการฟ้องร้องดำเนินคดีตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายให้แก่สมาชิกที่ได้รับผลกระทบด้วย
ในการดำเนินคดีตามวรรคหนึ่ง ให้สภาได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง
ให้สภามีอำนาจจัดทำและเผยแพร่รายงานระยะเวลาการชำระเงินของผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
พิจารณาขอบเขตการเป็นตัวแทน หลักเกณฑ์กระทบวงกว้าง และสิทธิของสมาชิกในคดี
เป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 การติดตาม และมาตรการป้องกันการสวมสิทธิ์
เปิดรับข้อเสนอแก้ เพิ่ม หรือตัดข้อความในร่าง
ระบบจะนำผู้ใช้ไปยังแบบรับฟังความคิดเห็นที่เปิดใช้งานอยู่ภายใต้ Consent Notice และมาตรการคุ้มครองชุดเดียวกัน การส่งคำตอบไม่ถือเป็นการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย