มาตรา ๑๒ ให้มีคณะกรรมการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ประกอบด้วย
(๑) ประธานสภา ซึ่งเลือกตั้งจากสมาชิก จำนวน ๑ คน
(๒) รองประธานสภา ซึ่งเลือกตั้งจากสมาชิก จำนวน ๓ คน
(๓) กรรมการผู้แทนสภาวิสาหกิจจังหวัด ซึ่งเลือกตั้งจากประธานสภาวิสาหกิจจังหวัดด้วยกันเอง จำนวน ๕ คน
(๔) กรรมการผู้แทนสาขาอุตสาหกรรม ซึ่งเลือกตั้งจากประธานสภาวิสาหกิจรายสาขาอุตสาหกรรมด้วยกันเอง จำนวน ๕ คน
(๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการตาม (๑) ถึง (๔) เลือกจากบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจ การเงิน กฎหมาย เทคโนโลยี หรือการบริหารจัดการ จำนวนไม่เกิน ๕ คน
ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ
กรรมการตาม (๑) ถึง (๕) ต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานของสภา
มาตรา ๑๓ คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี และอาจได้รับเลือกตั้งใหม่ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของสภา
(๔) คณะกรรมการมีมติให้ออก ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
(๕) ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออก
มาตรา ๑๔ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบายและบริหารกิจการของสภาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
(๒) ออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
(๓) อนุมัติแผนงานประจำปีและงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสภา
(๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการตามที่มอบหมาย
(๕) จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
(๖) เป็นตัวแทนในการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกโดยรวมจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในหมวด ๔
(๗) กำกับดูแลการบริหารจัดการกองทุนตามหมวด ๓
(๘) จัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อรัฐมนตรีและเปิดเผยต่อสาธารณชน
(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๔/๑ ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานประจำปี ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
(๑) ผลการดำเนินงานตามแผนงานประจำปี
(๒) รายงานการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
(๓) รายงานผลการบริหารจัดการกองทุน
(๔) สถิติและข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิก
(๕) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล
ให้เสนอรายงานดังกล่าวต่อรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี และเปิดเผยต่อสาธารณชนผ่านระบบสารสนเทศของสภา
มาตรา ๑๕ ให้สภาจัดให้มีสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจังหวัดในทุกจังหวัด และอาจจัดตั้งสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรายสาขาอุตสาหกรรมได้ตามความจำเป็น โดยให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภากำหนด
มาตรา ๑๖ สมาชิกภาพของสภาให้เป็นไปตามความสมัครใจของผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คุณสมบัติของสมาชิกและค่าบำรุงให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภา
มาตรา ๑๗ สมาชิกมีสิทธิดังต่อไปนี้
(๑) เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปีและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
(๒) เสนอชื่อและรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
(๓) ร้องเรียนต่อสภาเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีที่ได้รับความเสียหายจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
(๔) ขอรับบริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจ
(๕) ขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมาย
(๖) เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาที่สภาจัดขึ้น
(๗) ใช้ประโยชน์จากกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๑๘ ให้มีสำนักงานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการของสภา มีเลขาธิการเป็นผู้บริหารสูงสุด
มาตรา ๑๙ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งเลขาธิการจากบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการบริหารจัดการ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี
มาตรา ๒๐ เลขาธิการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) บริหารกิจการของสำนักงานให้เป็นไปตามนโยบายและมติของคณะกรรมการ
(๒) บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน
(๓) จัดทำแผนงานและงบประมาณประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการ
(๔) เป็นผู้แทนของสภาในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก
(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย